“ค้นหาเสียงของตัวเองให้เจอแล้วกู่ร้องจากบนดาดฟ้าจนกว่าคนที่กำลังมองหาคุณจะเจอคุณ”

แดนฮาร์มอน

-แดน ฮาร์มอน-

ตลอดชีวิตเราจะได้ยินคนพูดเสมอว่าให้หาเสียงของตัวเองให้เจอ สมัยยังเด็กผมไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่ามันหมายถึงอะไร ผมเคยกังวลมากว่าผมมีเสียงเป็นของตัวเองหรือเปล่า แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าวิธีเดียวที่จะหาเสียงของตัวเองเจอก็คือต้องใช้มัน เสียงของคุณคือสิ่งที่อยู่ในตัวคุณมาตั้งแต่เกิด เมื่อคุณพูดถึงสิ่งที่คุณรัก แล้วเสียงของคุณจะปรากฏออกมาเอง

ตอนที่โรเจอร์ อีเบิร์ต นักวิจารณ์ภาพยนตร์ผู้ล่วงลับเข้ารับการผ่าตัดใหญ่หลายครั้งเพื่อรักษาโรคมะเร็ง เขาได้สูญเสียความสามารถในการพูดไปอย่างถาวร ชายคนนี้เคยหาเงินได้อย่างมหาศาลจากการพูดในรายการโทรทัศน์ แต่ตอนนี้กลับไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้แม้แต่คำเดียว เวลาจะสื่อสารกับเพื่อน ๆ หรือคนในครอบครัว เขาต้องเขียนลงบนกระดาษหรือไม่ก็พิมพ์ลงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์แล้วให้มันอ่านออกเสียงผ่านลำโพง

เมื่อพูดคุยในชีวิตประจำวันไม่ได้ อีเบิร์ตจึงหันไปทุ่มเทให้กับการสื่อสารผ่านทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และบล็อกทุกวันเขาจะเขียนข้อความเป็นพัน ๆ คำเพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่นึกออก ไล่ตั้งแต่วัยเด็กในเมืองเออร์บานา ร้านสเต็กแอนด์เชกที่เขาโปรดปราน การสนทนากับดาราดัง ไปจนถึงความตายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คนนับพันจะเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเขียน แล้วเขาก็จะตอบกลับคนเหล่านั้น การเขียนบล็อกกลายเป็นเครื่องมือหลักที่อีเบิร์ตใช้สื่อสารกับโลกภายนอก เขาเคยเขียนไว้ว่า “บนโลกอินเทอร์เน็ต ผมได้ค้นพบเสียงที่แท้จริงของตัวเอง”

อีเบิร์ตรู้ว่าตัวเองมีเวลาอยู่บนโลกอีกไม่นาน และเขาก็อยากแบ่งปันทุกเรื่องเท่าที่ทำได้ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ “คุณอีเบิร์ตเขียนราวกับมันเป็นเรื่องของความเป็นความตาย” นักข่าวชื่อเจเน็ต มาสลิน เขียนไว้ “ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ “ อีเบิร์ตเขียนบล็อกเพราะจำเป็นต้องเขียน เขาเขียนเพราะมันเป็นเรื่องของการที่ผู้คนจะได้ยินหรือไม่ได้ยินเสียงของเขา…เพราะมันเป็นเรื่องของการมีหรือไม่มีตัวตน

เรื่องนี้อาจฟังดูสุดโต่งไปสักหน่อย แต่ความจริงก็คือ ทุกวันนี้ถ้างานของคุณไม่ได้ปรากฏอยู่บนโลกออนไลน์ ก็เท่ากับว่ามันไม่มีตัวตน เราทุกคนมีโอกาสที่จะใช้เสียงของตัวเองให้เป็นประโยชน์ แต่หลาย ๆ คนกลับไม่ทำ ถ้าคุณอยากให้คนอื่นรู้เกี่ยวกับสิ่งที่คุณทำและสิ่งที่คุณสนใจ คุณก็ต้องนำมันออกมาอวดให้คนอื่นเห็น “การตระหนักว่าตัวเองจะต้องจากโลกนี้ไปในไม่ช้าเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดที่ช่วยให้ผมตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิตได้ง่ายขึ้น เพราะทั้งความคาดหวัง ความทะนงตนและอาการกลัวความอับอายหรือความล้มเหลวล้วนมลายหายไปเมื่อความตายรออยู่ตรงหน้า เหลือไว้เพียงสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริงเท่านั้น สำหรับผมการเตือนตัวเองว่าสักวันหนึ่งคนเราก็ต้องตายเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้ผมคิดว่ายังมีบางอย่างให้เสียงเราทุกคนล้วนเกิดมาตัวเปล่ากันอยู่แล้ว”

<< กลับหน้าหลัก